สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ยังไงก็มีเงินเดือนใช้จนตาย…ประโยคนี้อาจพาหลายคนเป็นหนี้จนเกษียณ
 

“ยังไงก็มีเงินเดือนใช้จนตาย”

ประโยคเดียวที่อาจอธิบายหนี้ข้าราชการได้เจ็บที่สุด


สาเหตุที่ข้าราชการไทยเป็นหนี้ เพราะอะไร
 

มีคอมเมนต์หนึ่งที่ Admin อ่านแล้วถึงกับนิ่งครับ

เขาเขียนประมาณว่า

ข้าราชการบางคนติดเรื่องต้องรักษาหน้าตาทางสังคม
เงินเดือนไม่มาก แต่กลัวคนอื่นดูถูก
ทำใจใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ได้
และคิดว่ายังไงก็มีเงินเดือนใช้ไปเรื่อย ๆ
สุดท้ายเลยต้องแลกมาด้วยหนี้ก้อนใหญ่


โดนทุกประโยคครับ

โดยเฉพาะคำว่า

“รักษาหน้าตาทางสังคม”

เพราะบางทีปัญหาหนี้ ไม่ได้เริ่มจากคำว่า “จน”
 

แต่มันเริ่มจากคำว่า

“กลัวดูไม่ดี”
 

รถต้องมี
บ้านต้องดูดี
งานแต่งต้องสมฐานะ
มือถือก็ต้องไม่ธรรมดา
ลูกต้องเรียนดี
เวลาเจอเพื่อนก็ต้องดูว่า “ชีวิตฉันโอเคนะ”
 

ทั้งที่บัญชีธนาคารกำลังบอกอีกเรื่องหนึ่ง

นี่คือจุดที่น่าคิดมากครับ

เราอาจไม่ได้ใช้เงินเพื่อใช้ชีวิต

แต่กำลังใช้เงินเพื่อ รักษาภาพของชีวิต
 

และภาพนั้นแพงกว่าชีวิตจริงมาก
 

ยิ่งข้าราชการมีรายได้ค่อนข้างมั่นคง มีเงินเดือนประจำ และเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าคนบางกลุ่ม ก็ยิ่งมีโอกาสเกิด “ความมั่นใจเกินไป” ว่าอนาคตยังมีรายได้แน่ งานศึกษาของ ธปท. เองก็เคยชี้ว่า ครัวเรือนที่มีรายได้มั่นคงสูงมีแนวโน้มใช้จ่ายมากขึ้นและออมน้อยลง เพราะระมัดระวังน้อยลงกับรายจ่ายในวันนี้ (Bot)
 

ตรงนี้เลยน่ากลัว

เพราะคำว่า

“เงินเดือนแน่นอน”

อาจถูกแปลผิดเป็น

“ใช้ได้แน่นอน”
 

ทั้งที่เงินเดือนมั่นคง ไม่ได้แปลว่า
 

ค่าครองชีพจะไม่ขึ้น
ดอกเบี้ยจะไม่ขึ้น
ลูกจะไม่ใช้เงิน
พ่อแม่จะไม่ป่วย
หรือชีวิตจะไม่มีเหตุฉุกเฉิน
 

และในภาพใหญ่ ปัญหาหนี้ไทยก็ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคลอย่างเดียว ธปท. ระบุชัดว่ามีทั้งเรื่อง วินัยทางการเงิน และ สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ก่อหนี้ ตั้งแต่สินเชื่อที่เข้าถึงง่าย โปรโมชั่นผ่อน การตลาด ไปจนถึงแรงกดดันจากค่านิยมและสังคมรอบตัว (Bot)
 

สำหรับข้าราชการ เรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์ก็ยิ่งต้องคิด
 

เพราะข้อมูลของสภาพัฒน์ระบุว่า หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์มีสัดส่วนถึงราว 15% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด และลูกหนี้จำนวนมากเป็นลูกจ้างของรัฐที่มีรายได้มั่นคง เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย และบางส่วนมีพฤติกรรมก่อหนี้เกินตัว (nesdc.go.th)
 

ดังนั้นจะบอกว่า

“เป็นเพราะระบบทั้งหมด”
 

ก็ไม่ถูก

แต่จะบอกว่า

“เป็นเพราะข้าราชการฟุ่มเฟือยเองทั้งหมด”
 

ก็ง่ายเกินไปเหมือนกัน
 

ปัญหาจริงคือ

ค่านิยมผิด + เครดิตเข้าถึงง่าย + รายได้มั่นคง + ไม่มีระบบเตือนก่อนหนี้ล้น
 

พอทุกอย่างมาชนกัน

มันเลยกลายเป็นวงจร
 

เงินเดือนขึ้น
วงเงินกู้ขึ้น
ค่าใช้จ่ายขึ้น
ภาระขึ้น
 

แต่เงินออมไม่ได้ขึ้นตาม

และนี่คือเรื่องที่เจ็บที่สุดครับ

บางคนทำงานราชการมา 20–30 ปี

ได้เงินเดือนทุกเดือนจริง

แต่เงินที่ “เป็นของตัวเองจริง ๆ”

กลับน้อยลงเรื่อย ๆ
 

เพราะเงินเดือนออกมาแล้วมีเจ้าหนี้ยืนรอรับก่อนเจ้าของเงินเสียอีก

แล้วจะแก้ยังไงไม่ให้เกิดซ้ำ?

 

อย่างแรกต้องแก้ที่คำว่า

“ข้าราชการต้องดูดี”

ไม่ครับ
 

ข้าราชการไม่จำเป็นต้องมีรถแพง
ไม่จำเป็นต้องมีบ้านใหญ่
ไม่จำเป็นต้องจัดชีวิตให้สมกับสายตาคนอื่น
 

ความน่าเคารพควรมาจาก
 

งานที่ทำ
ความรับผิดชอบ
ความซื่อสัตย์
และการใช้ชีวิตโดยไม่สร้างภาระให้ตัวเอง

 

ไม่ใช่มาจากรถที่ผ่อนอยู่ 84 งวด
 

อย่างที่สอง

ก่อนอนุมัติหนี้ใหม่ ต้องมองทั้งชีวิต ไม่ใช่มองแค่ว่าหักเงินเดือนได้ไหม

คำว่า “ยังหักได้”
 

ไม่ได้แปลว่า “ยังอยู่ไหว”
 

ต้องดูว่าเหลือเงินพอใช้จริงไหม
มีเงินฉุกเฉินไหม
มีหนี้ที่อื่นอีกหรือเปล่า
และถ้าเกษียณ รายได้ลดลงแล้วจะยังจ่ายไหวไหม
 

อย่างที่สาม

ต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ว่า คนเรียบง่ายไม่ได้แปลว่าล้มเหลว

นี่สำคัญมาก
 

เพราะถ้าสังคมยังให้รางวัลกับ “ภาพของความสำเร็จ” มากกว่า “ความมั่นคงจริง”
 

คนก็ยังแข่งกันดูดีต่อไป
 

ทั้งที่บางบ้านรถสวย
แต่เงินฉุกเฉินไม่มี
 

บางคนตำแหน่งดี
แต่เหลือเงินใช้หลังหักหนี้น้อยกว่าพนักงานใหม่
 

และสุดท้าย

ต้องสอนการเงินก่อนเป็นหนี้ ไม่ใช่รอเป็นหนี้แล้วค่อยแก้
 

เรื่องหนี้ครัวเรือนของไทยหนักจริง ธปท. ระบุว่าคนไทยจำนวนมากเป็นหนี้เร็วขึ้น มากขึ้น และนานขึ้น จนแม้อายุ 60–69 ปียังมีหนี้เฉลี่ยราว 4.5 แสนบาทต่อราย (Bot)
 

ถ้ารอให้ถึงตอนนั้น

มันเหนื่อยเกินไปครับ

ข่าวดีคือ ค่านิยมเปลี่ยนได้
 

วันนี้เราเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ก่อนก็ได้
 

ไม่ต้องซื้อเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเรามี
ไม่ต้องกู้เพราะ “คนอื่นก็ทำ”
ไม่ต้องใช้สิทธิวงเงินเต็มเพียงเพราะมีให้ใช้
และไม่ต้องอายที่จะบอกว่า
 

“อันนี้ยังไม่พร้อม”

จริง ๆ ประโยคนี้เท่มากนะครับ

เพราะมันแปลว่า

เราไม่ได้จน
 

เราแค่รู้ว่าอะไรควรรอ

และถ้าระบบราชการไทยอยากลดหนี้จริง

อาจต้องเริ่มจากการเปลี่ยนคำว่า
 

“มีเงินเดือนมั่นคง”

ให้กลับมาแปลว่า

“มีโอกาสสร้างความมั่นคง”
 

ไม่ใช่

“มีสิทธิ์ก่อหนี้ได้มากขึ้น”

ThaiPFA
อยากให้ทุกคนจำไว้ว่า ความมั่นคงไม่ได้วัดจากรถ บ้าน หรือภาพที่คนอื่นเห็นครับ แต่วัดจากวันที่เรายังมีเงินเหลือ มีทางเลือก และไม่ต้องใช้ชีวิตเพื่อรักษาความคาดหวังของคนอื่น ถ้าวันนี้เริ่มใช้ชีวิตให้พอดีกับรายได้มากขึ้น ก็ถือว่าเริ่มสร้างความมั่นคงที่แท้จริงแล้วครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#หนี้ข้าราชการ #รักษาหน้าทางสังคม #หนี้ครัวเรือน #วางแผนการเงิน #ThaiPFA
 


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA