สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ผ่อนได้ ไม่ได้แปลว่า จ่ายไหว — กับดักใหม่ของคนยุคกินก่อน จ่ายทีหลัง
 

กระตุ้นเศรษฐกิจ หรือกระตุ้นให้คนเป็นหนี้?

เมื่อ “ผ่อนได้” ไม่ได้แปลว่า “จ่ายไหว”


ผ่อนได้ไม่ได้แปลว่า จ่ายไห กับดักใหม่ของคนยุคกินก่อน จ่ายทีหลัง  BNPL


ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่อะไร ๆ ก็ผ่อนได้

มือถือผ่อนได้
ของใช้ผ่อนได้
อาหารบางอย่างก็ผ่อนได้
บางทีของกินหมดไปแล้ว แต่หนี้ยังเหลืออีกหลายงวด

มันสะดวกจริงครับ

แต่ความสะดวก ถ้าใช้ผิดจังหวะ ก็กลายเป็นกับดักได้เหมือนกัน
 

จากรายการ “มีเรื่องต้องคุย” ทางช่อง 7HD  โดยมีคุณกายสวิตต์ เป็นผู้ดำเนินรายการในประเด็น
“กิน-ใช้หมด หนี้ไม่หมด กับดักเงินผ่อน”
 

อาจารย์ปิง ธนาวัฒน์ ได้พูดถึงเรื่องที่น่าคิดมากว่า

การกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ควรมีเป้าหมายแค่ทำให้คน “ใช้เงินง่ายขึ้น”

แต่ควรช่วยให้คน “พร้อมใช้เงินมากขึ้น” ด้วย
 

เพราะทุกวันนี้เราชอบเอาคำว่า

“ผ่อนได้”

ไปแปลว่า

“จ่ายไหว”

ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่เหมือนกันเลย

ผ่อนได้ = ระบบอนุญาตให้เราจ่ายทีหลัง

จ่ายไหว = หลังจากจ่ายแล้ว เรายังมีเงินกิน มีเงินเก็บ มีเงินฉุกเฉิน และยังใช้ชีวิตต่อได้

นี่ต่างกันมาก

ปัญหาคือ เวลารัฐอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ เรามักได้ยินคำว่า

“ให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น”
 

แต่คำถามคือ

ประชาชนมีความพร้อมจะใช้มากขึ้นหรือยัง?

ถ้ายังไม่มีเงินสำรอง
รายได้ไม่แน่นอน
หนี้เดิมยังไม่หมด
แต่เราไปทำให้การก่อหนี้ใหม่ง่ายขึ้น

สิ่งที่ถูกกระตุ้นอาจไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ

แต่อาจเป็น ยอดหนี้ครัวเรือน ด้วย
 

ยิ่งคนฐานรากยิ่งน่าห่วง

เพราะเวลาขาดสภาพคล่อง หลายคนไม่ได้มีบัตรเครดิตวงเงินสูง หรือเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย

สุดท้ายจึงต้องวิ่งไปหาแหล่งเงินที่แพงกว่า เสี่ยงกว่า และบางครั้งก็เป็นหนี้นอกระบบ

แล้วเราก็มานั่งแก้กันที่ปลายเหตุ


รัฐบาล ควรสร้างการรับรู้เรื่องการวางแผนการเงิน ให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ให้แต่ใช้เงินขอบคุณรูปจาก ช่อง 7HD
 


ThaiPFA จึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่เห็นด้วยว่า

รัฐควรช่วยสร้างทัศนคติทางการเงินที่ถูกต้องว่า
“คุณควรใช้จ่าย ก็ต่อเมื่อคุณพร้อมที่จะจ่าย”

 

ไม่ใช่สอนว่า

“ซื้อได้ เพราะแบ่งจ่ายได้”

แต่ควรสอนว่า
 

“ซื้อได้ เมื่อจ่ายแล้วชีวิตยังไปต่อได้”

พร้อมกันนั้น ภาครัฐควรทำให้คนฐานรากเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย ปลอดภัย และเป็นธรรมได้ง่ายขึ้น

เพราะถ้าคนหาเงินได้
เข้าถึงเงินทุนได้
มีสภาพคล่อง
และรู้จักบริหารเงิน

เขาจะใช้จ่ายเองครับ

ไม่ต้องไปผลักให้ใช้จนเกินกำลัง
 

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า “ผ่อนของไม่ดี”
 

ผ่อนได้ก็ใช้ได้
0% ก็ใช้ได้
Buy Now Pay Later ก็ใช้ได้
 

ถ้าเราใช้มันเป็นเครื่องมือ

ไม่ใช่ใช้มันเป็นข้ออ้างให้ตัวเองซื้อของที่ยังไม่พร้อมจ่าย

ก่อนกดคำว่า “แบ่งจ่าย”

ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า
 

ถ้าไม่มีปุ่มผ่อน เราจะยังซื้อสิ่งนี้อยู่ไหม?

ถ้าคำตอบคือ “ไม่”

บางทีของชิ้นนั้นอาจไม่ได้ถูกลงเลย

เราแค่ถูกแบ่งความเจ็บออกเป็นหลายเดือนเท่านั้นเอง
 

สุดท้ายแล้ว เศรษฐกิจที่ดี ไม่ควรโตจากการที่ประชาชนเป็นหนี้มากขึ้นอย่างเดียว

แต่น่าจะโตจากวันที่คนมีรายได้ดีขึ้น
มีเงินเก็บมากขึ้น
เข้าถึงเงินทุนที่เป็นธรรมขึ้น
และใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องกลัวเงินเดือนเดือนหน้าหายไปก่อนจะได้รับ

พวกเราเองก็ไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าเคยผ่อนของ หรือเคยใช้เงินเกินตัวครับ
 

แค่วันนี้เริ่มแยกให้ออกว่า

“อยากได้”
“ผ่อนได้”
และ “จ่ายไหว”

 

เป็นคนละเรื่องกัน

ถ้าแยกสามคำนี้ออกได้

การเงินของเราก็เริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วครับ


ThaiPFA อยากให้ทุกคนใช้เงินได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห้ามตัวเองทุกอย่าง แค่แยกให้ออกว่า “อยากได้ ผ่อนได้ และจ่ายไหว” เป็นคนละเรื่องกัน หากวันนี้เริ่มคิดก่อนจ่ายได้มากขึ้น นั่นก็เป็นก้าวที่ดีของการเงินเราแล้วครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#ผ่อนได้ไม่เท่ากับจ่ายไหว #BuyNowPayLater #หนี้ครัวเรือน #วางแผนการเงิน #ThaiPFA
 


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA