สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ตลาดหุ้นไทยต่อสายตรง Wall Street แล้ว…คนไทยได้โอกาส หรือได้ความเสี่ยงเพิ่ม?
 

SET จับมือ NYSE…ข่าวใหญ่มาก แต่ชาวบ้านอย่างเราได้อะไร?

หรือสุดท้ายจะเป็นข่าวที่ดูยิ่งใหญ่ แต่ชีวิตเราเหมือนเดิม?


SET จับมือ NYSE ครั้งใหญ่…แล้วเงินในกระเป๋าคนไทยจะเปลี่ยนอะไรบ้าง?
 

ตลาดหลักทรัพย์ไทยจับมือ NYSE ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ลงนาม MOU เชื่อมตลาดทุนไทยกับสหรัฐฯ

ฟังแล้วดูไกลตัวมากใช่ไหมครับ
 

Dual Listing
ETF ข้ามตลาด
Market Data
ESG
BOI to IPO
 

ศัพท์เต็มไปหมด

แต่ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือ
 

ประเทศไทยกำลังพยายามต่อ “ถนนการเงิน” ให้ตรงกับตลาดทุนระดับโลกมากขึ้น
 

บริษัทไทยบางแห่งอาจมีโอกาสเข้าถึงนักลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนในสหรัฐมากขึ้น ขณะเดียวกันสินทรัพย์ไทยก็อาจถูกทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง ETF หรือการจดทะเบียนข้ามตลาด (nationthailand)
 

แล้วพวกเราชาวบ้านได้อะไร?

คำตอบคือ

ถ้าทำสำเร็จจริง เราอาจได้ “ตลาดทุนที่ใหญ่ขึ้น” มากกว่าเดิม
 

บริษัทไทยที่ดีอาจมีทางเลือกในการระดมทุนเพิ่ม
ไม่ต้องพึ่งเงินกู้ธนาคารอย่างเดียว
ไม่ต้องระดมทุนจากนักลงทุนไทยอย่างเดียว
 

ถ้าบริษัทไทยเข้าถึงเงินทุนต้นทุนต่ำขึ้นได้จริง
 

เขาอาจขยายธุรกิจ
ลงทุนเพิ่ม
จ้างงานเพิ่ม
ลงทุนเทคโนโลยีเพิ่ม
 

และถ้าเศรษฐกิจโตจากธุรกิจที่แข็งแรงขึ้นจริง

สุดท้ายผลประโยชน์ก็อาจไหลมาถึงคนธรรมดาในรูปของงาน รายได้ และโอกาสใหม่ ๆ

แต่ขีดเส้นใต้คำว่า

“อาจ”

ไว้หน่อยครับ

เพราะการเซ็น MOU ยังไม่ใช่การรับประกันว่าเงินต่างชาติจะไหลเข้าไทยพรุ่งนี้ทันที หรือหุ้นไทยจะขึ้นทุกตัว

มันเป็นการสร้าง โครงสร้างและช่องทาง

ไม่ใช่การการันตีผลลัพธ์
 

อีกฝั่งหนึ่ง นักลงทุนไทยก็อาจได้ทางเลือกเพิ่มขึ้น

ตอนนี้เราก็มี DR ที่ช่วยให้ลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านตลาดไทยได้อยู่แล้ว และ SET ก็ยังเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง (SET Thailand)
 

ถ้าในอนาคตมี ETF หรือผลิตภัณฑ์ข้ามตลาดที่พัฒนาจริง
 

คนไทยอาจกระจายพอร์ตได้ง่ายขึ้น
มีสินทรัพย์ให้เลือกมากขึ้น
และเชื่อมกับตลาดโลกได้สะดวกกว่าเดิม
 

ฟังดูดีมาก

แต่ก็มีด้านที่ต้องระวังครับ
 

ตลาดที่เชื่อมกันมากขึ้น
ก็แปลว่า “แรงกระแทก” วิ่งถึงกันเร็วขึ้นด้วย

 

ข่าวสหรัฐ
ดอกเบี้ย Fed
หุ้นเทคโนโลยี
ค่าเงินดอลลาร์
ความผันผวนของ Wall Street
 

ทั้งหมดอาจส่งผลถึงสินทรัพย์ที่เราเข้าถึงผ่านผลิตภัณฑ์ข้ามตลาดได้เร็วกว่าเดิม

ถ้าเราเห็นคำว่า NYSE แล้วคิดว่า

“ของอเมริกาต้องดี ซื้ออะไรก็ได้”

อันนี้อันตรายครับ
 

ตลาดใหญ่กว่า
ไม่ได้แปลว่าเสี่ยงน้อยกว่า
 

เหมือนห้างใหญ่กว่า

ไม่ได้แปลว่าของทุกชิ้นในห้างดีหมด

เรื่องที่สองที่ต้องระวังคือ

Dual Listing ไม่ได้แปลว่าบริษัทจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

บริษัทเดียวกันไปจดทะเบียนสองตลาด
 

ถ้าธุรกิจดี
งบดี
กำไรดี
ธรรมาภิบาลดี
 

ก็ดีครับ
 

แต่ถ้าพื้นฐานไม่ดี

ไป NYSE ก็ไม่ได้เสกให้กิจการแข็งแรงขึ้น

ตลาดที่ใหญ่ขึ้นแค่ทำให้มีคนเห็นมากขึ้น
 

ทั้งข้อดี
และข้อเสีย
 

ส่วนเรื่อง BOI to IPO ก็น่าสนใจมาก
 

รัฐบาล BOI SET และ ก.ล.ต. กำลังผลักดันบริษัทในกลุ่ม New Economy ให้เข้าถึงตลาดทุนไทยง่ายขึ้น และมีแรงจูงใจให้บริษัทที่ได้รับ BOI เข้ามาจดทะเบียน โดยเป้าหมายคือทำให้บริษัทที่เข้ามาลงทุนในไทย “หยั่งราก” อยู่กับเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ไม่ใช่มาตั้งโรงงานแล้วเงินไหลกลับออกอย่างเดียว (SEC Thailand)

ตรงนี้ชาวบ้านอย่างเราควรถามต่อว่า

แล้วบริษัทเหล่านี้สร้างอะไรให้ไทยจริง?
 

สร้างงานทักษะสูงไหม
ใช้ Supplier ไทยไหม
ถ่ายทอดเทคโนโลยีไหม
จ่ายภาษีไหม
เข้าตลาดหุ้นแล้วคนไทยมีโอกาสถือหุ้นไหม
 

ถ้าคำตอบคือใช่

อันนี้มีประโยชน์มาก

แต่ถ้าแค่เข้ามาระดมทุน

แล้วคุณค่าที่สร้างในไทยน้อย

ก็ต้องถามเหมือนกันว่า

ไทยได้อะไรกลับมา

เพราะฉะนั้น ข่าว SET จับมือ NYSE ไม่ใช่ข่าวที่เราต้องดีใจแบบหลับตา

และก็ไม่ใช่ข่าวที่ต้องกลัว

มันเป็นข่าวที่บอกว่า

ตลาดทุนไทยกำลังพยายามเปิดประตูให้กว้างขึ้น

แล้วพวกเราต้องเตรียมตัวอย่างไร?
 

เรื่องแรก

เรียนรู้คำว่า ETF, DR, Dual Listing ให้มากขึ้น

เพราะต่อไปของพวกนี้จะใกล้ตัวขึ้นเรื่อย ๆ
 

เรื่องที่สอง

อย่าเห็นของต่างประเทศแล้วรีบคิดว่าดีกว่า

ต้องกลับไปดูพื้นฐานเหมือนเดิม
 

ลงทุนในอะไร
เสี่ยงอะไร
ค่าเงินกระทบไหม
ค่าธรรมเนียมเท่าไร
สภาพคล่องเป็นอย่างไร
 

เรื่องที่สาม

กระจายความเสี่ยงให้เป็น

ถ้าการเชื่อมตลาดโลกทำให้เราเข้าถึงสินทรัพย์มากขึ้น

เราก็ควรใช้มันเพื่อทำให้พอร์ตแข็งแรงขึ้น

ไม่ใช่ทำให้เรามีของให้เก็งกำไรมากขึ้น

และสุดท้าย

อย่าตื่นเต้นแค่กับคำว่า

“เชื่อมตลาดทุนโลก”

ให้ถามว่า

“แล้วเงินทุนโลกจะสร้างคุณค่าอะไรให้ชีวิตคนไทย?”
 

ถ้าบริษัทไทยเข้าถึงเงินทุนดีขึ้น
สร้างงานดีขึ้น
คนไทยลงทุนได้หลากหลายขึ้น
ตลาดทุนโปร่งใสและมีคุณภาพขึ้น
 

นี่คือข่าวดีครับ

แต่ถ้าสุดท้ายมีแค่ผลิตภัณฑ์การเงินเพิ่มขึ้น
 

แต่คนไทยยังไม่เข้าใจ
ยังถูกหลอก
ยังลงทุนตามกระแส
และยังไม่รู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน
 

ต่อให้เชื่อมกับ Wall Street

ชีวิตเราก็อาจไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร

ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ SET กับ NYSE

มันกำลังถามพวกเราว่า

“เมื่อประตูโลกเปิดกว้างขึ้น เราพร้อมพอที่จะเดินเข้าไปหรือยัง?”


ThaiPFA
อยากให้ทุกคนมองข่าวนี้ด้วยความตื่นเต้นแบบมีสติครับ ประตูการลงทุนอาจเปิดกว้างขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องรีบเดินเข้าไปทุกประตู เรียนรู้ให้เข้าใจ กระจายความเสี่ยงให้เหมาะกับตัวเอง แล้วใช้โอกาสจากตลาดโลกเพื่อทำให้ชีวิตการเงินของเราดีขึ้นจริง ๆ ครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#SETxNYSE #ตลาดหุ้นไทย #DualListing #ETF #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA