สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
พ่อแม่มีเงินเยอะ ไม่ได้แปลว่า “เรา” มีเงินสำรอง จริงไหม ?
 

“บ้านผมมีเงินกินทั้งชาติ ทำไมต้องมีเงินสำรอง?”

ประโยคที่ทำให้คนสอนการเงินอย่าง Admin ถึงกับไปต่อไม่เป็น…แต่คิดดี ๆ แล้ว เพื่อนอาจไม่ได้ “ไม่มีเงินสำรอง” อย่างที่เขาคิด


บ้านมีทรัพย์สินเป็นสิบล้าน แต่ถ้าเงินฉุกเฉินเป็นศูนย์…ถือว่าพร้อมจริงไหม?
 

Admin ได้กลับไปบ้านเก่า แล้วมีโอกาสนั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนเรื่องการเงินครับ

แน่นอน คนอยู่ในโลกการวางแผนการเงินอย่างเรา พอคุยไปคุยมาเรื่องหนึ่งที่ต้องโผล่มาคือ
 

“เงินสำรองฉุกเฉิน”
 

ผมก็พูดตามหลักที่เราคุ้นกันว่า
 

ชีวิตควรมีเงินสำรองนะ
เผื่อตกงาน
ธุรกิจมีปัญหา
เจ็บป่วย
หรือมีเหตุที่ไม่คาดคิด
 

เพื่อนมองหน้าผมแล้วตอบประมาณว่า

“ไม่ต้องมีหรอก”

ผมก็ถามต่อว่า

“แล้วถ้าวันหนึ่งพ่อแม่ไม่อยู่ล่ะ?”

คำตอบคือ

“เงินที่พ่อแม่หาไว้ ชาตินี้ก็กินไม่หมด”

ผมยังไม่ยอมแพ้ครับ 

“แล้วถ้าธุรกิจพ่อแม่ล้มล่ะ?”

ตอบทันที

“ก็ขายทองที่มีอยู่สิ”

แล้วตบท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ผมเงียบเลยว่า

“บ้านฉันมีกินกันมาตั้งแต่รุ่นทวดปู่ ไม่เห็นเคยอดอะไรเลย แล้วจะสำรองไปทำไม?”

ตอนนั้นต้องยอมรับว่า

อึ้งครับ

เพราะสูตร “ควรมีเงินสำรอง 3–6 เดือน” ที่เราใช้พูดกันทุกวัน

เหมือนไปชนกำแพงชื่อ

“บ้านฉันรวยมาหลายรุ่น” 

แต่กลับมาคิดดี ๆ

ผมว่าบทสนทนานี้น่าสนใจมาก

เพราะเพื่อนผมอาจไม่ได้ผิดทั้งหมด

และผมเองก็อาจกำลังใช้คำว่า “เงินสำรอง” แคบเกินไป
 



จริง ๆ แล้ว ถ้าเขาบอกว่า

“ธุรกิจพังก็ขายทอง”

แปลว่าอะไรครับ?

แปลว่าเขา มีสินทรัพย์สำรอง

เพียงแต่มันไม่ได้อยู่ในบัญชีที่เขียนหน้าสมุดว่า

Emergency Fund

เท่านั้นเอง
 

ถ้าครอบครัวหนึ่งมีเงินฝากมาก
มีทองที่ขายได้ง่าย
มีสินทรัพย์สภาพคล่องสูง
ไม่มีหนี้กดดัน
มีรายได้หลายทาง
และมีทรัพย์สินที่พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินได้เร็ว
 

เขาอาจไม่จำเป็นต้องถือเงินสด 6 เดือนเหมือนครอบครัวที่มีเงินเดือนทางเดียวก็ได้

ตรงนี้ต้องยอมรับครับ

การวางแผนการเงินไม่มีสูตรเดียวสำหรับทุกบ้าน
 

แต่…

มีคำหนึ่งที่ผมอยากตอบเพื่อนกลับไปมากกว่า

“ฉันไม่ได้ห่วงว่าแกจะจนพรุ่งนี้หรอก
ฉันแค่อยากรู้ว่า วันที่เกิดเรื่องขึ้น แกมี ‘เงินที่แกควบคุมได้เอง’ พร้อมใช้แค่ไหน”

นี่คือประเด็นสำคัญครับ


เพราะคำว่า

“พ่อแม่มี”

กับ

“เรามี”

ไม่ใช่คำเดียวกัน
 

เงินพ่อแม่
ทองพ่อแม่
กิจการครอบครัว
ที่ดินของบ้าน
 

อาจเป็นความมั่งคั่งของครอบครัวจริง

แต่ตราบใดที่มันยังไม่ใช่ทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การตัดสินใจของเรา

มันก็ไม่ควรถูกนับเป็นเงินสำรองส่วนตัวของเรา 100%

วันนี้พ่อแม่เต็มใจช่วย

แต่วันหนึ่งอาจมี
 

พี่น้อง
เจ้าหนี้ของธุรกิจ
ค่าใช้จ่ายรักษาพ่อแม่
ความขัดแย้งในครอบครัว
หรือเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินก้อนเดียวกันต้องใช้กับหลายเรื่องพร้อมกัน
 

นั่นไม่ได้แปลว่าต้องระแวงครอบครัวนะครับ

แค่แปลว่า

ความมั่งคั่งของบ้าน ไม่ควรทำให้เราลืมสร้างฐานของตัวเอง
 



อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ

“ขายทองก็ได้”

ถูกครับ

แต่เงินสำรองที่ดีไม่ได้มีหน้าที่แค่

“มีมูลค่า”

มันต้อง
 

เข้าถึงง่าย
เปลี่ยนเป็นเงินได้เร็ว
ราคาพอคาดเดาได้
และพร้อมใช้ในวันที่เราต้องการ

 

สมมติวันเกิดเหตุฉุกเฉินพร้อมกับราคาสินทรัพย์ที่เราถือกำลังลง

เรายังยอมขายไหม?

สมมติธุรกิจครอบครัวมีปัญหา แล้วต้องใช้เงินสดจำนวนมาก

ทองที่คิดว่าเก็บไว้เผื่อเรา

อาจถูกใช้ช่วยกิจการก่อนหรือเปล่า?

นี่คือเหตุผลที่คนวางแผนการเงินไม่ได้ชอบเงินสำรองเพราะมัน “ให้ผลตอบแทนดี”

จริง ๆ มันให้ผลตอบแทนน้อยด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่มันซื้อให้เราคือ

เวลา และทางเลือก

ตกงานวันนี้

เราไม่ต้องตอบรับงานแรกเพราะกลัวไม่มีเงินกินเดือนหน้า

รถเสีย

ไม่ต้องรูดบัตร

พ่อแม่ป่วย

ไม่ต้องขายสินทรัพย์ตอนตลาดไม่เป็นใจ

เงินสำรองจึงไม่ใช่เงินที่มีไว้ “รวย”

แต่มันมีไว้ทำให้

เราไม่ต้องตัดสินใจแย่ ๆ ตอนกำลังจนมุม
 



แต่เรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดจากเพื่อนกลุ่มนี้

ไม่ใช่เรื่องจำนวนเงินเลยครับ

มันคือ Mindset ของคนที่โตมากับความมั่นคง

ถ้าเราตั้งแต่เกิดมาเห็นว่า

บ้านมี
รถมี
เงินมี
ทองมี
ธุรกิจมี
แล้วทุกวิกฤตสุดท้ายก็มีคนจัดการให้
 

สมองเราจะสร้างความเชื่อขึ้นมาว่า

“ยังไงชีวิตก็รอด”

ซึ่งจริง ๆ เป็นสิ่งที่ดีนะครับ
 

คนที่โตมาด้วยความมั่นคงอาจกล้าเสี่ยง
กล้าลอง
ไม่เครียดเรื่องเงินมากเกินไป
 

แต่ถ้ามากเกิน

มันอาจเปลี่ยนเป็น

“ฉันไม่จำเป็นต้องเตรียม เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น”

นี่คือกับดัก

เพราะประวัติศาสตร์ครอบครัวบอกได้ว่า

ที่ผ่านมาเรารอด

แต่มันไม่ได้รับประกันว่า

วิธีเดิมจะรอดในทุกอนาคต
 



แล้วถ้าเป็นผู้อ่าน ผมอยากถามกลับเพื่อนกลุ่มนี้เพียง 3 คำถามครับ

ถ้าวันนี้ไม่มีพ่อแม่ช่วยเลย คุณดูแลชีวิตตัวเองได้นานกี่เดือน?

ทรัพย์สินที่บอกว่ามี คุณขายหรือใช้ได้เองจริงทั้งหมดหรือไม่?

และ

ถ้ามีเหตุหลายเรื่องเกิดพร้อมกัน คุณยังมีสินทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องไปแย่งหน้าที่กับเรื่องอื่นไหม?

ถ้าตอบได้ทั้งหมด

บางทีเขาอาจมีระบบการเงินแข็งแรงมากอยู่แล้วครับ

และเราไม่จำเป็นต้องยัดสูตร “6 เดือน” ให้เขา


แต่ถ้าคำตอบคือ

“ไม่รู้ แต่ยังไงพ่อแม่ก็จัดการให้”

อันนั้นต่างหากที่ควรคิดต่อ
 



สุดท้าย ผมว่าบทเรียนนี้ไม่ได้มีไว้บอกว่า

คนรวยก็ต้องมีเงินสำรองเหมือนทุกคน

แต่สอนว่า
 

“เงินสำรอง” ไม่ใช่เรื่องจำนวนเงินอย่างเดียว

มันคือเรื่อง “ความเป็นเจ้าของ + สภาพคล่อง + การควบคุม + ความพร้อมใช้”

 

และยังสอนอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก

เราไม่ควรตัดสินคนอื่นด้วยสูตรการเงินของเรา

ครอบครัวหนึ่งอาจต้องมีเงินสด 12 เดือน

อีกครอบครัวมีแค่ 3 เดือนก็พอ เพราะมีสินทรัพย์สภาพคล่องและรายได้หลายทาง

แต่ไม่ว่าจะรวยแค่ไหน

ผมยังเชื่อในหลักหนึ่งครับ
 

ควรมีบางส่วนของชีวิตการเงิน
ที่เราไม่ต้องโทรหาใครก่อนใช้

 

พ่อแม่มีเงินเยอะ เป็นโชคดีครับ

มีทรัพย์สินจากรุ่นก่อน เป็นโชคดีมาก

แต่สิ่งที่น่าภูมิใจกว่า

คือวันที่เราพูดได้ว่า
 

“สิ่งที่บ้านให้มา ผมรักษาไว้ได้
และสิ่งที่เป็นของผมเอง ผมก็สร้างขึ้นมาได้เหมือนกัน”

 

ความมั่นคงที่สืบทอดมา

เป็นต้นทุนที่ดี

แต่ความมั่นคงที่เราสร้างเอง

คืออิสรภาพครับ

ThaiPFA อยากให้ทุกคนมองเงินสำรองไม่ใช่ด้วยความกลัวว่าจะจนครับ แต่ให้มองว่าเป็น “เงินที่ซื้อทางเลือกให้ชีวิต” ต่อให้ครอบครัวมีทรัพย์สินมากแค่ไหน การมีบางส่วนที่เราเป็นเจ้าของ ควบคุม และหยิบใช้ได้เองเมื่อจำเป็น ก็ยังเป็นความมั่นคงที่มีคุณค่าครับ
 

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#เงินสำรองฉุกเฉิน #EmergencyFund #ความมั่นคงทางการเงิน #วางแผนการเงิน #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA