สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ไม่มีสินทรัพย์ไหนดีที่สุด คำพูดนี้ใช่หรือไม่ ?
 

“ไม่มีสินทรัพย์ไหนดีที่สุด”

ประโยคสั้น ๆ ที่นักลงทุนทุกคนควรจำให้ขึ้นใจ ก่อนถามว่า “ตอนนี้ซื้ออะไรดี?”


แอนนาเบล คชนันทน์  Wealth Architect และ Private Banker
 

Admin ได้มีโอกาสดูช่วงหนึ่งจากงาน The End Game : เล่นเกมการเงินเป็น ชีวิต Level Up | MONEY FEST 2026 ที่คุณ แอนนาเบล คชนันทน์ – Wealth Architect และ Private Banker ขึ้นพูด

มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ฟังแล้วรู้สึกว่า

ใช่เลยครับ

คือ

“ไม่มีสินทรัพย์ไหนดีที่สุด”


ไม่มีจริง ๆ
 

หุ้นไม่ได้ดีที่สุด
ทองไม่ได้ดีที่สุด
บ้านไม่ได้ดีที่สุด
กองทุนไม่ได้ดีที่สุด
พันธบัตรไม่ได้ดีที่สุด
ฝากเงินก็ไม่ได้ดีที่สุด
 

แต่ที่น่าสนใจคือ เวลาพวกเราคุยเรื่องลงทุน เรากลับชอบถามกันว่า

“ตอนนี้อะไรดีที่สุด?”
 

หุ้นไหนดี?
ทองดีไหม?
คอนโดดีหรือเปล่า?
ตราสารหนี้น่าซื้อไหม?
Bitcoin เอาไหม?
กองทุนไหนกำไรเยอะสุด?
 

เหมือนกำลังตามหา “แชมป์โลกของสินทรัพย์”

ทั้งที่มันไม่มีครับ

เพราะสินทรัพย์แต่ละอย่างถูกสร้างมาให้ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน

เงินฝากอาจดูผลตอบแทนน้อย

แต่ถ้าพรุ่งนี้ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าผ่าตัด

เงินฝากอาจดีที่สุด

หุ้นอาจผันผวน

แต่ถ้าคุณมีเวลาอีก 30 ปีและต้องการให้เงินโตเหนือเงินเฟ้อ

หุ้นอาจเหมาะกว่า

ทองไม่ได้สร้างกระแสเงินสด

แต่ในบางช่วงที่ความไม่แน่นอนสูง คนจำนวนมากก็ใช้มันเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายความเสี่ยง

พันธบัตรอาจดูน่าเบื่อ

แต่สำหรับคนเกษียณที่ต้องการเงินใช้ตามช่วงเวลา

ของ “น่าเบื่อ” บางอย่างอาจมีค่ามากกว่าของที่วิ่งวันละ 10%

นี่แหละครับ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่

“สินทรัพย์ไหนดี?”

แต่อยู่ที่
 

“เงินก้อนนี้มีหน้าที่อะไร?”

ถ้าอีก 6 เดือนต้องใช้

อย่าเอาไปแข่งวิ่งมาราธอน

ถ้าอีก 30 ปีถึงใช้

ก็อย่าปล่อยให้นั่งอยู่ข้างสนามเฉย ๆ ทั้งชีวิต

เวลามีคนบอกว่า
 

“ทองดีที่สุด ซื้อไว้ไม่มีวันเจ๊ง”

ลองถามต่อว่า

ดีที่สุดสำหรับอะไร?

หรือมีคนบอก
 

“อสังหาริมทรัพย์ดีที่สุด มีที่ดินไม่มีวันหาย”

ก็ถามต่อว่า

ถ้าต้องใช้เงินพรุ่งนี้ ขายทันไหม?

หรือบางคนบอก

“หุ้นดีที่สุด ผลตอบแทนระยะยาวดี”
 

ก็ต้องถามว่า

ถ้าพอร์ตลง 30% แล้วเรานอนไม่หลับจนขายทิ้งตอนต่ำสุด

มันยังดีที่สุดสำหรับเราอยู่หรือเปล่า?

นี่คือสิ่งที่คนลงทุนมักลืม
 

สินทรัพย์ที่ดีที่สุดในทฤษฎี
อาจเป็นสินทรัพย์ที่แย่มากสำหรับเจ้าของเงินคนนั้นก็ได้

 

เพราะชีวิตเราไม่เหมือนกัน
 

อายุไม่เท่ากัน
รายได้ไม่เท่ากัน
ภาระไม่เท่ากัน
ระยะเวลาไม่เท่ากัน
ความเสี่ยงที่รับได้ไม่เท่ากัน
และที่สำคัญ
 

เป้าหมายไม่เหมือนกัน

คนอายุ 30 ที่กำลังสร้างความมั่งคั่ง

กับคนอายุ 65 ที่กำลังถอนเงินใช้หลังเกษียณ

ให้ถือพอร์ตเหมือนกันก็คงแปลกครับ

เหมือนบอกว่า

รองเท้าวิ่งดีที่สุด

แต่คุณกำลังจะไปว่ายน้ำ 

รองเท้าไม่ได้ผิด
 

แค่ ใช้ผิดงาน

นี่แหละครับที่คำว่า Asset Allocation – การจัดสรรสินทรัพย์ สำคัญมาก

เราไม่จำเป็นต้องตามหาของที่ดีที่สุด

แต่ต้องสร้าง ทีมของสินทรัพย์ ที่ช่วยกันทำหน้าที่
 

บางตัวเอาไว้โต
บางตัวเอาไว้สร้างรายได้
บางตัวเอาไว้กันความเสี่ยง
บางตัวเอาไว้ใช้เร็ว
บางตัวเอาไว้สำหรับเป้าหมายที่ไกลมาก
 

และถ้าทำถูก

เราไม่จำเป็นต้องทายว่า

ปีหน้าหุ้นจะชนะทอง
ทองจะชนะตราสารหนี้
หรืออสังหาฯ จะกลับมาเมื่อไร

เพราะเราไม่ได้ฝากอนาคตไว้กับคำทายเพียงคำเดียว
 



อีกเรื่องที่ประโยคนี้เตือน Admin คือ

คนเรามักชอบซื้อสินทรัพย์จาก “สิ่งที่กำลังชนะ”
 

ทองขึ้นเยอะ → อยากซื้อทอง
หุ้นสหรัฐขึ้น → อยากไปสหรัฐ
Bitcoin ขึ้น → เริ่มถามเรื่อง Crypto
อสังหาฯ บูม → ทุกคนอยากมีห้องปล่อยเช่า
 

แล้วพอสิ่งนั้นลง

เราก็เริ่มถามว่า

“ขายดีไหม?”

นี่ไม่ใช่การลงทุนตามเป้าหมายครับ

มันคือการลงทุนตาม

“อารมณ์ของตลาด”

ซึ่งเปลี่ยนเร็วกว่าเป้าหมายชีวิตเรามาก

ก่อนถามว่า

“ตอนนี้อะไรน่าซื้อ?”

ลองถามตัวเองใหม่ว่า

“ตอนนี้ชีวิตฉันขาดอะไร?”
 

ขาดเงินสำรอง?
ขาดเงินเกษียณ?
ขาดการกระจายความเสี่ยง?
ขาดสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด?
หรือจริง ๆ ไม่ได้ขาดอะไรเลย แค่เห็นคนอื่นกำไรแล้วกลัวตกขบวน?
 

คำตอบนี้อาจมีค่ากว่าการถามหาหุ้นเด่นสิบตัวเสียอีก
 



เพราะสุดท้ายแล้ว

เราไม่ได้ลงทุนเพื่อชนะตลาด

เราไม่ได้ลงทุนเพื่อให้เพื่อนบอกว่าเราเลือกสินทรัพย์เก่ง

และไม่ได้ลงทุนเพื่อเปิดพอร์ตให้คนอื่นดูว่า

“ฉันถือของเท่นะ”

เราลงทุนเพื่อให้เงินทำหน้าที่บางอย่างในชีวิต
 

ส่งลูกเรียน
ซื้อบ้าน
ดูแลพ่อแม่
ออกจากงานเร็วขึ้น
เที่ยวหลังเกษียณ
หรือเพียงแค่
 

นอนหลับได้โดยไม่กังวลเรื่องเงินมากเกินไป

ถ้าสินทรัพย์นั้นช่วยเราไปถึงเป้าหมายได้

มันก็คือสินทรัพย์ที่ดีสำหรับเรา

แม้วันนั้นมันจะไม่ใช่ตัวที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในตลาดก็ตาม

ดังนั้นประโยคของคุณแอนนาเบลที่ว่า

“ไม่มีสินทรัพย์ไหนดีที่สุด”

อาจต่อได้อีกครึ่งประโยคว่า

“มีแต่สินทรัพย์ที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับชีวิตเรา ณ เวลานั้น”

ถ้าวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร

ไม่ต้องรีบครับ

บางครั้งการยังไม่ซื้อ

แต่กลับไปจัดเป้าหมาย ระยะเวลา ความเสี่ยง และสภาพคล่องให้ชัดก่อน

อาจเป็นการลงทุนที่ฉลาดที่สุดแล้ว

เพราะเงินไม่ได้ต้องการ “ของที่ดีที่สุด”

มันต้องการ

“งานที่ชัดที่สุด”

แล้วเราค่อยหาสินทรัพย์ที่เหมาะที่สุดมาทำงานนั้นให้มันครับ

ThaiPFA อยากให้ทุกคนเลิกกดดันตัวเองว่าต้องเลือก “ของที่ดีที่สุด” ครับ เงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน แค่รู้ว่าเรากำลังเก็บเงินไปเพื่ออะไร แล้วเลือกสินทรัพย์ให้เหมาะกับหน้าที่นั้น ก็เป็นการลงทุนที่ดีสำหรับชีวิตเราได้แล้วครับ

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#ไม่มีสินทรัพย์ไหนดีที่สุด #AssetAllocation #วางแผนการลงทุน #เป้าหมายการเงิน #ThaiPFA

ขอบคุณงานดีดีจาก Thairath  MONEY FEST 2026

 


 


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA