สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ยังไม่ตาย…ต้องเขียนถึงวันตายแล้วหรือ? ‘พินัยกรรมตายดี’ วางแผนชีวิต หรือคิดไกลเกินไป!
 

“พินัยกรรมตายดี” ยังไม่ป่วย… ต้องวางแผนถึงวันตายแล้วหรือ?

ถ้าวันหนึ่งเราป่วยหนักจนพูดไม่ได้ คนที่รักเราจะรู้ไหมว่า เราอยากให้รักษาแบบไหน?


พินัยกรรมตายดี! สิทธิเลือกวาระสุดท้าย หรือเรื่องที่คนเป็นยังไม่ควรรีบคิด


ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่ง ลูกคนหนึ่งอยากให้หมอลองทุกทาง อีกคนกังวลว่าพ่อจะเจ็บปวดจากการรักษามากขึ้น ทั้งคู่รักพ่อเหมือนกัน แต่เข้าใจคำว่า “ทำให้ดีที่สุด” ไม่เหมือนกัน
 

แล้วความต้องการของพ่ออยู่ตรงไหน ในวันที่พ่อบอกใครไม่ได้แล้ว?
 

นี่คือเรื่องที่คำว่า “พินัยกรรมตายดี” หรือ “พินัยกรรมชีวิต” ชวนให้เราคิด ไม่ใช่เรื่องแบ่งบ้านแบ่งเงิน แต่เป็นการบอกความต้องการเกี่ยวกับการรักษาล่วงหน้า โดยมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 รับรองสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่รับบริการที่เป็นเพียงการยืดการตายในวาระสุดท้าย หรือเพื่อยุติความทรมานจากการเจ็บป่วยตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เป็นสิทธิที่จะเลือกใช้ ไม่ใช่ข้อบังคับให้ทุกคนต้องทำ (สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ)
 

แต่ก่อนจะเลือกฝั่ง ต้องเข้าใจเรื่องนี้ให้ตรงกันก่อนครับ
 

พินัยกรรมชีวิตไม่ใช่การขอให้หมอทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น และไม่ใช่การเลิกดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยยังได้รับการดูแลแบบประคับประคอง เช่น บรรเทาความเจ็บปวดและอาการไม่สบายต่าง ๆ การไม่รับการรักษาที่เพียงยืดการตาย จึงไม่เท่ากับการปล่อยให้ทรมานโดยไม่มีใครช่วยเหลือ (Thai Living Will)
 

และไม่ได้หมายความว่า พอเซ็นแล้ว วันไหนเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน หมอจะไม่ช่วย กรณีที่ยังรักษาได้ ผู้ป่วยยังได้รับการรักษาตามมาตรฐาน ไม่ใช่นำเอกสารไปปฏิเสธการช่วยชีวิตทุกสถานการณ์
 

แล้วชาวบ้านอย่างเราได้อะไร?

สิ่งสำคัญคือ มีช่องทางบอกความต้องการของตัวเอง ก่อนถึงวันที่สื่อสารไม่ได้ และช่วยให้คนในครอบครัวกับทีมรักษามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ต้องอาศัยเพียงการคาดเดาว่า “เขาน่าจะอยากได้แบบนี้” การสื่อสารล่วงหน้าจึงอาจช่วยลดความเห็นไม่ตรงกันเรื่องการรักษาได้ด้วย
 

สำหรับคนที่พร้อมทำ เขาอาจมองว่า
“ฉันไม่ได้หมดหวังกับชีวิต แต่อยากให้คนที่รักรู้ว่า อะไรสำคัญกับฉัน”
 

ส่วนคนที่ยังไม่พร้อม ก็มีคำถามที่ควรได้รับคำตอบเหมือนกัน
“วันนี้ยังแข็งแรง ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนป่วยจริงจะรู้สึกอย่างไร?”
“การรักษาแต่ละอย่างช่วยอะไร และต้องแลกกับอะไรบ้าง?”
“ถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนใจล่ะ?”
 

คำถามเหล่านี้ไม่ควรถูกปัดทิ้งด้วยคำว่า “คิดมากไปเอง”
 

พินัยกรรมชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้ โดยผู้ทำควรแจ้งให้คนที่เกี่ยวข้องและสถานพยาบาลที่เก็บสำเนารับทราบด้วย เพื่อไม่ให้ยึดเอกสารเก่าที่ไม่ตรงกับความต้องการแล้ว การทำจึงไม่ใช่การลงชื่อครั้งเดียวแล้วหมดสิทธิเปลี่ยนใจ
 

แต่เรื่องนี้มีอีกด้านที่สังคมควรถาม

เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คนที่ลงชื่อกำลังเลือกด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่เลือกเพราะเกรงใจคนอื่น?

สมมติคนคนหนึ่งบอกว่า “ไม่อยากเป็นภาระลูก” เราจะได้ฟังต่อไหมว่า เขาไม่ต้องการการรักษาบางอย่างจริง ๆ หรือกำลังกังวลว่าลูกจะหาเงินมาจ่ายไม่ไหว?
 

สองเหตุผลนี้อาจนำไปสู่คำตอบเดียวกันบนกระดาษ แต่เกิดจากความรู้สึกที่ต่างกันมาก
 

การหลีกเลี่ยงการรักษาที่เกินความจำเป็นอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ แต่ประโยชน์ด้านเงินไม่ใช่เรื่องเดียวกับความต้องการของผู้ป่วย และไม่ได้หมายความว่าการดูแลระยะท้ายจะไม่มีค่าใช้จ่ายเหลืออยู่เลย (สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ)
 

คำถามจึงไม่ควรมีแค่ “ทำแล้วประหยัดเท่าไร” แต่ต้องมีด้วยว่า
“เจ้าของชีวิตเข้าใจทางเลือก และมีอิสระที่จะตอบจริง ๆ หรือยัง?”
 

ในทางกลับกัน คนที่ยังอยากรับการรักษาบางอย่าง ก็ไม่ควรถูกมองว่าไม่รู้จักปล่อยวาง เช่นเดียวกับคนที่ไม่ต้องการการยื้อในวาระท้าย ก็ไม่ควรถูกมองว่าไม่รักชีวิต
 

เราไม่จำเป็นต้องใช้ทางเลือกเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ว่ารักตัวเองหรือรักครอบครัวมากพอ
 

แล้วเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยไหม?

อาจเริ่มจากการคุยก่อน ไม่ใช่เริ่มจากการยื่นกระดาษให้เซ็น
 

คุยกับแพทย์หรือทีมดูแลแบบประคับประคองให้เข้าใจว่า การรักษาแต่ละอย่างหมายถึงอะไร แล้วคุยกับคนที่ไว้ใจว่าอะไรสำคัญกับเรา เมื่อพร้อมจึงบันทึกให้ชัดเจนและให้ผู้เกี่ยวข้องรับรู้ มีทั้งรูปแบบเอกสารและระบบ e-Living Will ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ให้ศึกษา

เอกสารช่วยบันทึกความต้องการ แต่ไม่ควรมาแทนบทสนทนาที่ทำให้เราเข้าใจกัน
 

สุดท้าย เรื่องนี้อาจไม่ใช่การแข่งขันว่าใครกล้าพูดเรื่องความตายมากกว่าใคร แต่เป็นคำถามว่า…
 

เราจะทำให้คนที่พร้อมวางแผนได้เลือก โดยคนที่ยังไม่พร้อมไม่ถูกเร่ง และไม่มีใครต้องตัดสินใจเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ ได้อย่างไร?
 

วันนี้คุณอยู่ตรงไหน?

พร้อมวางแผนและบันทึกไว้ล่วงหน้า อยากให้คนที่รักรู้ความต้องการ

ยังไม่พร้อมลงชื่อ อยากเข้าใจทางเลือกและคุยกันให้มากกว่านี้ก่อน
 

ยังไม่ต้องเลือกก็ได้ครับ คำถามที่คุณยังห่วง อาจเป็นคำถามเดียวกับที่อีกหลายบ้านยังไม่เคยได้คุยกัน
 

ThaiPFA อยากให้ทุกการวางแผนเริ่มจากความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัว และอยากให้เสียงของคุณได้รับการรับฟัง ไม่ว่าคุณจะเลือกอย่างไร ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA
 

#พินัยกรรมชีวิต #พินัยกรรมตายดี #วางแผนชีวิต #สิทธิผู้ป่วย #การดูแลแบบประคับประคอง #ThaiPFA


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

ThaiPFA ศูนย์อบรมต้นแบบแห่งแรกของไทยในการจัดอบรมและพัฒนาหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA