สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
ญี่ปุ่น ลด vat ให้ประชาชนเหลือ 1% คุณคิดว่าพวกเราคนไทยได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้
 

เรื่องนี้มีมุมสะท้อนสังคมไทยได้ดีมากครับ แต่ขอแก้ข้อมูลสำคัญก่อนนิดหนึ่ง: ญี่ปุ่นไม่ได้ลด VAT/Consumption Tax ทุกสินค้าเหลือ 1% แผนล่าสุดคือจะลดภาษี อาหารและเครื่องดื่มบางประเภทจาก 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่เมษายน 2027 และยังต้องผ่านกระบวนการออกกฎหมาย โดยเหตุผลหลักคือช่วยประชาชนรับมือค่าครองชีพที่สูงขึ้น 


ญี่ปุ่น ลด VAT บทเรียน ถอดบทเรียนการเงิน
 

ญี่ปุ่นลดภาษีอาหารเหลือ 1% แล้วคนไทยเรียนรู้อะไร?

เวลาเห็นข่าวแบบนี้ คนไทยอาจมีคำถามแรกว่า

“แล้วเมื่อไรประเทศไทยจะลดบ้าง?”

เป็นคำถามที่เข้าใจได้

เพราะเวลาของแพงขึ้น เงินเดือนขึ้นไม่ทัน สิ่งที่ประชาชนสัมผัสทุกวันไม่ใช่ GDP ไม่ใช่ดัชนีเศรษฐกิจ

แต่คือข้าวจานเดิมที่แพงขึ้น
กาแฟแก้วเดิมที่แพงขึ้น
และเงินหนึ่งพันบาทที่เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วกลับออกมาเบากว่าเดิม

ญี่ปุ่นจึงเลือกแตะสิ่งที่ประชาชนต้องซื้อทุกวัน คือ อาหาร ไม่ใช่ลดภาษีทุกอย่างทั้งประเทศ 
 

นี่คือบทเรียนข้อแรก

นโยบายช่วยประชาชน ไม่จำเป็นต้องแจกให้ทุกคนทุกเรื่อง แต่ต้องรู้ก่อนว่าประชาชนกำลังเจ็บตรงไหน

แต่เรื่องนี้มีอีกด้านที่ไม่ค่อยมีใครเอาไปทำพาดหัว

ภาษีที่ลดลง ไม่ได้หายไปในอากาศ

รัฐบาลญี่ปุ่นอาจสูญเสียรายได้ประมาณ 5 ล้านล้านเยนต่อปี และยังถูกตั้งคำถามว่า จะหาเงินจากไหนมาชดเชยโดยไม่ทำให้ฐานะการคลังแย่ลง 

 

นี่คือบทเรียนข้อที่สอง

ของฟรีจากรัฐบาลไม่มีจริง

รัฐบาลลดภาษีให้เรา
แปลว่ารัฐมีรายได้น้อยลง

แจกเงินให้เรา
แปลว่ารัฐต้องหาเงินจากที่อื่น

สุดท้ายคำถามทางเศรษฐกิจไม่เคยมีแค่

“ประชาชนได้อะไร?”

แต่ต้องมีอีกประโยคว่า
 

“แล้วใครเป็นคนจ่าย?”

ที่น่าสนใจกว่านั้น ญี่ปุ่นเดิมมีแนวคิดจะลดภาษีอาหารเป็น 0% แต่ปัญหาอย่างหนึ่งกลับเป็นเรื่องธรรมดามาก คือระบบเครื่องคิดเงินและซอฟต์แวร์ของร้านค้าจำนวนมากต้องใช้เวลาและต้นทุนในการปรับระบบ จึงมีข้อเสนอ 1% ซึ่งทำได้ง่ายกว่า 

ฟังแล้วตลกดี

ประเทศที่สร้างรถไฟชินคันเซ็นและหุ่นยนต์ได้

วันหนึ่งกลับต้องมานั่งคิดว่า
 

“ลดภาษีเหลือศูนย์ไม่ได้ง่าย ๆ เพราะเครื่องคิดเงินยังไม่พร้อม”
 

แต่นี่แหละคือบทเรียนข้อที่สาม

นโยบายที่สวยบนเวที ถ้าระบบหลังบ้านทำไม่ได้ ก็เป็นได้แค่คำปราศรัย

สำหรับประเทศไทย เราอาจไม่จำเป็นต้องถามว่า

“ทำไมเราไม่ลด VAT เหลือ 1% เหมือนญี่ปุ่น?”

แต่ควรถามให้ลึกกว่านั้นว่า

ถ้าจะใช้เงินของรัฐช่วยประชาชน เรากำลังแก้ปัญหาอะไร ช่วยใคร ช่วยนานแค่ไหน และหลังจากนั้นเอายังไงต่อ?

เพราะลดภาษีอาจช่วยให้หายใจคล่องขึ้นชั่วคราว

แต่ไม่ได้ทำให้ค่าแรงสูงขึ้น
ไม่ได้ทำให้ผลิตภาพของประเทศดีขึ้น
และไม่ได้ทำให้ประชาชนรวยขึ้นโดยอัตโนมัติ

ประเทศจึงไม่ควรวัดความเก่งของรัฐบาลจากคำถามว่า
 

“แจกเท่าไร ลดเท่าไร?”

อย่างเดียว

แต่ควรถามว่า

หลังหมดมาตรการแล้ว ประชาชนยืนด้วยขาของตัวเองได้ดีขึ้นหรือเปล่า

เพราะนโยบายที่ดีที่สุด

อาจไม่ใช่นโยบายที่ทำให้เราจ่ายถูกลงวันนี้

แต่คือสิ่งที่ทำให้วันหนึ่ง
เราไม่ต้องรอรัฐบาลลดราคาให้ ถึงจะมีชีวิตที่ไหว


ThaiPFA อยากให้ทุกคนมองนโยบายการเงินมากกว่าตัวเลขที่เราได้รับวันนี้ เพราะสุดท้ายเงินของรัฐก็คือเงินของพวกเราทุกคน เข้าใจให้รอบด้าน เพื่อดูแลทั้งกระเป๋าเงินวันนี้และอนาคตของเราครับ

เรื่องนี้มีสอนใน หลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP® ชุดวิชาที่ 5 การวางแผนภาษีและมรดก (Tax and Estate Planning)


 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น กันนะครับ

 
ยกระดับศักยภาพด้วยการอบรมการเงินในองค์กร และหลักสูตรการวางแผนการเงินจาก ThaiPFA พบกับทีมวิทยากรการเงินมืออาชีพที่พร้อมสอนการเงินให้เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน CFP เพื่ออัปเกรดโปรไฟล์ หรือวางแผนการเงินเพื่ออนาคต

#ญี่ปุ่นลดVAT #ค่าครองชีพ #นโยบายการเงิน #การเงินใกล้ตัว #ThaiPFA

ThaiPFA NEWS

เรื่องราวดีๆ ที่อยากบอกเล่า พร้อมข่าวสารและสาระดีๆ ทางการเงิน

ผลงานที่ผ่านมา
portfolio
  • In-House Training, Public Training และบริษัทอื่นๆ...

ความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม

หลากหลายความประทับใจ และ คำแนะนำให้อบรมหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP
และหลักสูตรการเงินอื่นๆ กับ ThaiPFA